ประวัติวัดบางปิ้ง

Last updated: 2020-05-08  |  243 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ประวัติวัดบางปิ้ง


       ในราวปี พ.ศ.๒๔๖๐ ในอดีตนั้น  บนเนื้อที่จำนวน ๑๔ ไร่ ๓ งาน ๘ ตารางวา 

ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดบางปิ้ง  เลขที่ ๙๙ หมู่ที่ ๕  ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ  ในปัจจุบันนี้ ได้เกิดขึ้น   จากผู้มีจิตศรัทธาอันแรงกล้าที่จะทำให้เนื้อที่ดินผืนนี้เป็นแผ่นดินในบวรพระพุทธศาสนาสืบต่อไป

          ท่านผู้นั้นคือ  ท่านพระอธิการจ้อย   อดีตเจ้าอาวาสวัดใน(เดิม)สองวิหาร  ตำบลปากน้ำ  อำเภอเมือง  จังหวัดสมุทรปราการ  


ท่านจึงได้อุทิศที่ดินดังกล่าวข้างต้นให้ไว้เป็นสมบัติทางศาสนา   โดยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างให้เป็นที่พักสงฆ์ และเป็นวัดต่อไปในภายภาคหน้า 

ในขณะนั้นพระอธิการจ้อย  ได้สร้างกุฏิขึ้น เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ได้มาพำนักอาศัย
และจำพรรษา 

แต่ในเวลานั้นท่านอธิการจ้อย ท่านยังขาดจตุปัจจัยเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งพุทธศาสนิกชนในเขตปริมณฑลยังมีไม่มากนัก  และการคมนาคมสมัยนั้นยังไม่สะดวกสบายเหมือนเช่นทุกวันนี้  และต่อมาการก่อสร้างก็ต้องหยุดชะงักเมื่อพระอธิดารจ้อยได้มรณภาพลง 

ทำให้ที่พักสงฆ์แห่งนี้ต้องขาดการดูแลรักษาเป็นเวลานานหลายปี  จนเกือบจะเป็นที่รกร้างเอาเลยทีเดียว

          จนการทั่งต่อมาในราวปี พ.ศ.๒๔๙๙ ได้มีพุทธศาสนิกชนผู้มีจิต ศรัทธาได้พร้อมใจร่วมมือกันที่บูรณะที่พักสงฆ์แห่งนี้ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  จึงได้ปรึกษาหารือกันขอความเห็นชอบจากผู้ปกครองดูแลสถานที่  ซึ่งขณะนั้น  ท่านพระครูศรัทธาภิรมย์ หรือ พระครูล้อม  ซึ่งท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดใน(เดิม)สองวิหารอยู่ในขณะนั้น  ท่านก็ได้ความเมตตาและให้ความร่วมมือเป็นอย่างยิ่ง 
เพราะท่านได้เล็งเห็นว่า  หมู่บ้านคลองบางปิ้งในเวลานั้นได้มีพุทธศาสนิกชนอาศัยอยู่มากแล้ว  สมควรที่จะได้บูรณะ และก่อสร้างพุทธสถานให้คืบหน้าต่อไป  ให้สมกันเจตนารมณ์ของพระอธิการจ้อยที่ได้ริเริ่มไว้ตั้งแต่ตอนแรก 

ท่านจึงได้นิมนต์  พระอาจารย์พริ้ง ให้มาปกครองดูแล  ดังนั้นการบูรณะซ่อมแซมและทำนุบำรุงก็ได้กระทำกันมาอยู่เรื่อยๆ  ตามแรงใจและแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชน  แต่ก็ยังไม่ประสพความสำเร็จตามความปรารถนาดังที่มุ่งมั่นไว้ 

จนพอดีกับพระอาจารย์พริ้ง ท่านได้ย้ายกลับไปอยู่วัดใน(เดิม)สองวิหาร  เพื่อช่วยงานวัด เนื่องจากท่านพระครูศรัทธาภิรมย์ชราภาพมากแล้ว

          และต่อมาพระอาจารย์พร  ซึ่งพำนักอยู่ในช่วงเดียวกันกับพระอาจารย์พริ้ง  ก็ได้รับช่วงการปกครองดูแลต่อมานานพอสมควรสิ่งปลูกสร้างในช่วงนั้นมี  ศาลาการเปรียญ ๓ ห้อง ๑ หลัง 

กุฏิ ๔ ห้อง ๓ หลัง  ศาลาท่าน้ำ ๑ หลัง  กำลังทรุดโทรมไปตามกาลเวลาแต่พระอาจารย์พรท่านก็ยังคงทำนุบำรุงสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นไว้เป็นอย่างดีเสมอมา  

และแล้วพระอาจารย์พรก็ต้องย้ายไปจำพรรษา อยู่ที่วัดแค ตำบลบางปลากด  อำเภอพระประแดง  จังหวัดสมุทรปราการ  เพราะท่านไม่อาจจะขัดศรัทธาของญาติโยมที่มานิมนต์ท่านได้

          ครั้นเมื่อพระครูศรัทธาภิรมย์ได้มรณภาพลง พระปลัดคงศักดิ์  สุสํวโร (พระอาจารย์พวง)  ได้ดำรงตำแหน่งรักษาการแทน   ท่านก็ได้ให้ความเมตตาที่พักสงฆ์คลองบางปิ้งตลอดมา  จนกระทั้งท่านได้เล็งเห็นพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งจำพรรษาอยู่ในวัดเดียวกัน  ซึ่งมีความรู้ความสามารถที่จะปกครองดูแลและสืบทอดเจตนารมณ์   ของพระอธิการจ้อยต่อไปได้อย่างแน่นอน

          ดังนั้นเองในวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๐๘ พระภิกษุรูปนั้นก็ได้ถูกนิมนต์มาเป็นผู้ปกครองดูแ]ที่พักสงฆ์คลองบางปิ้งสืบต่อมา

          และพระภิกษุรูปนั้น ก็คือ  พระอาจารย์ลำเจียก  ธมฺมธีโร  โดยท่านต้องเผชิญกับอุปสรรคนานัปการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านมิใช่พระท้องที่เดิม และยังไม่คุ้นกับสาธุชนทั้งหลาย  อีกทั้งภัยธรรมชาติตามฤดูกาลต่างๆ ที่รุมเร้าในบางครั้ง แต่ด้วยผลแห่งแรงศรัทธาและปฏิปทาอันแรงกล้าของท่านยังผลให้ที่พักสงฆ์คลองบางปิ้งได้รับอนุญาตให้ยกฐานะเป็น “วัด” โดยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ ๑๔สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๑  และ  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๒ ยังความปลื้มปีติแก่สาธุชนทั้งใกล้และไกล ที่ได้ร่วมทำนุบำรุงและพัฒนาที่พักสงฆ์คลองบางปิ้งร่วมกันมาโดยตลอด เป็นอย่างยิ่ง

      

 

Powered by MakeWebEasy.com