ประวัติวัด

         

         ในราวปี พ.ศ.๒๔๖๐ ในอดีตนั้น บนเนื้อที่จำนวน ๑๔ ไร่ ๓ งาน

๘ ตารางวา  ซึ่งเป็นที่ตั้งของ วัดบางปิ้ง  เลขที่ ๙๙  หมู่ที่  ๕ 

ตำบลบางเมือง  อำเภอเมือง  จังหวัดสมุทรปราการในปัจจุบันนี้

ได้เกิดขึ้นจากผู้มีจิตศรัทธาอันแรงกล้า  ที่จะทำให้เนื้อที่ดินผืนนี้เป็น

แผ่นดินในบวรพระพุทธศาสนาสืบต่อไป

ท่านผู้นั้นคือ  ท่านพระอธิการจ้อย   อดีตเจ้าอาวาสวัดใน(เดิม)สองวิหาร ตำบลปากน้ำ

อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ  โดยท่านได้อุทิศที่ดินดังกล่าวข้างต้นให้ไว้เป็นสมบัติทางศาสนา   

โดยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างให้เป็นที่พักสงฆ์และเป็นวัดต่อไปในภายภาคหน้า  

ในขณะนั้นพระอธิการจ้อย   ได้สร้างกุฏิขึ้น  เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ สามเณร   ได้มาพำนักอาศัยและจำพรรษา  แต่ในเวลานั้น   

ท่านอธิการจ้อย    ท่านยังขาดจตุปัจจัยเป็นอย่างมาก  พร้อมทั้งพุทธศาสนิกชนในเขตปริมณฑลยังมีไม่มากนัก 

และการคมนาคมสมัยนั้นยังไม่สะดวกสบายเหมือนเช่นทุกวันนี้  และต่อมาการก่อสร้างก็ต้องหยุดชะงักลงหลายปี      

เมื่อพระอธิการจ้อยได้มรณภาพลงทำให้ที่พักสงฆ์แห่งนี้ต้องขาดการดูแลรักษาเป็นเวลานาน   จนเกือบจะเป็นที่รกร้างเอาเลยทีเดียว 

         จนการทั่งต่อมาในราวปี พ.ศ.๒๔๙๙ ได้มีพุทธศาสนิกชนผู้มีจิต ศรัทธาได้พร้อมใจร่วมมือกันที่บูรณะที่พักสงฆ์แห่งนี้ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง 

จึงได้ปรึกษาหารือกันขอความเห็นชอบจากผู้ปกครองดูแลสถานที่  ซึ่งขณะนั้น  ท่านพระครูศรัทธาภิรมย์ หรือ พระครูล้อม 

ซึ่งท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดใน(เดิม)สองวิหารอยู่ในขณะนั้น  ท่านก็ได้ความเมตตาและให้ความร่วมมือเป็นอย่างยิ่ง 

เพราะท่านได้เล็งเห็นว่า  หมู่บ้านคลองบางปิ้งในเวลานั้นได้มีพุทธศาสนิกชนอาศัยอยู่มากแล้ว  สมควรที่จะได้บูรณะ

และก่อสร้างพุทธสถานให้คืบหน้าต่อไป  ให้สมกันเจตนารมณ์ของพระอธิการจ้อยที่ได้ริเริ่มไว้ตั้งแต่ตอนแรก

         ท่านจึงได้นิมนต์  พระอาจารย์พริ้ง ให้มาปกครองดูแล  ดังนั้นการบูรณะซ่อมแซมและทำนุบำรุงก็ได้กระทำกันมาอยู่

เรื่อยๆ  ตามแรงใจและแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชน  แต่ก็ยังไม่ประสพความสำเร็จตามความปรารถนาดังที่มุ่งมั่นไว้ 

จนพอดีกับพระอาจารย์พริ้ง ท่านได้ย้ายกลับไปอยู่วัดใน(เดิม)สองวิหาร  เพื่อช่วยงานวัด เนื่องจากท่านพระครู

ศรัทธาภิรมย์ชราภาพมากแล้ว   และต่อมาพระอาจารย์พร  ซึ่งพำนักอยู่ในช่วงเดียวกันกับพระอาจารย์พริ้ง  ก็ได้รับช่วงการปกครอง

ดูแลต่อมานานพอสมควร สิ่งปลูกสร้างในช่วงนั้นมี  ศาลาการเปรียญ ๓ ห้อง ๑ หลัง  กุฏิ ๔ ห้อง ๓ หลัง  ศาลาท่าน้ำ ๑ หลัง 

ซึ่งได้ทรุดโทรมไปตามกาลเวลาแต่   พระอาจารย์พรท่านก็ยังคงทำนุบำรุงสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นไว้เป็นอย่างดีเสมอมา  

 

และแล้วพระอาจารย์พรก็ต้องย้ายไปจำพรรษา อยู่ที่วัดแค ตำบลบางปลากด  อำเภอพระประแดง  จังหวัดสมุทรปราการ 

เพราะท่านไม่อาจจะขัดศรัทธาของญาติโยมที่มานิมนต์ท่านได้
          ครั้นเมื่อพระครูศรัทธาภิรมย์ได้มรณภาพลง พระปลัดคงศักดิ์  สุสํวโร (พระอาจารย์พวง)  ได้ดำรงตำแหน่งรักษาการแทน   ท่านก็ได้ให้ความเมตตาที่พักสงฆ์คลองบางปิ้งตลอดมา  จนกระทั้งท่านได้เล็งเห็นพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งจำพรรษาอยู่ในวัดเดียวกัน  ซึ่งมีความรู้ความสามารถที่จะปกครองดูแลและสืบทอดเจตนารมณ์   ของพระอธิการจ้อยต่อไปได้อย่างแน่นอน

         ดังนั้นเองในวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๐๘ พระภิกษุรูปนั้นก็ได้ถูกนิมนต์มาเป็น

ผู้ปกครองดูแลที่พักสงฆ์คลองบางปิ้งสืบต่อมา

         และพระภิกษุรูปนั้น ก็คือ  พระอาจารย์ลำเจียก  ธมฺมธีโร  โดยท่านต้องเผชิญ

กับอุปสรรคนานัปการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านมิใช่พระท้องที่เดิม และยังไม่คุ้นเคย

กับสาธุชนทั้งหลาย   อีกทั้งภัยธรรมชาติตามฤดูกาลต่างๆ ที่รุมเร้าในบางครั้ง

แต่ด้วยผลแห่งแรงศรัทธา  และปฏิปทาอันแรงกล้าของท่านยังผลให้ที่พักสงฆ์

คลองบางปิ้งได้รับอนุญาตให้ยกฐานะเป็น “วัด” โดยสมบูรณ์

เมื่อวันที่ ๑๔สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๑  และ  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา

วันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๒ ยังความปลื้มปีติแก่สาธุชนทั้งใกล้และไกล

ที่ได้ร่วมทำนุบำรุงและพัฒนาที่พักสงฆ์คลองบางปิ้งร่วมกันมาโดยตลอด เป็นอย่างยิ่ง


กลับหน้าหลัก
       



            



         

      

 

Powered by MakeWebEasy.com